Protect for Windows
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม, ไม่ปรากฏคำอ่านที่แน่ชัด หรือไม่ปรากฏคำแปลที่ใช้ในทางวิชาการ |
| Protect for Windows | |
|---|---|
| นักพัฒนา | ICZ |
| รุ่นเสถียร | 3.2.23
|
| ระบบปฏิบัติการ | Windows NT/2000/2003 Server/XP |
| ประเภท | โปรแกรมเข้ารหัส |
| สัญญาอนุญาต | Shareware |
| เว็บไซต์ | http://protect.icz.biz/ |
Protect for Windows เป็นส่วนต่อขยายสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการนี้ ด้วยวิธีการเข้ารหัส (Encryption) พัฒนาขึ้น- โดยบริษัท ICZ ประเทศสาธารณรัฐเชค[1]
รูปแบบของ Protect for Windows นั้นเป็นส่วนต่อขยายที่เข้ามาเพิ่มช่องทางในการเก็บรักษาความ ปลอดภัยของข้อมูลในระบบ ปฏิบัติการ windows โดยที่ผู้ใช้สามารถกำหนด Keys และขอบเขตในการเข้ารหัส ข้อมูลเป็นโฟลเดอร์เฉพาะที่ได้เลือกไว้
อัลกอริทึมการเข้ารหัส
- อัลกอริทึมที่ Protect for Windows ใช้ในการเข้ารหัส
- AES (128 bits) - public algorithm (FIPS 197)
- CAST (80, 128 bits) - public algorithm (RFC 2144)
- WinCros II (80, 160 bits)
การทำงานของ Protect for Windows คือจะทำการเข้ารหัสไฟล์ภายในโฟลเดอร์ที่เลือกด้วยคีย์ที่สร้างขึ้นจากรหัสผ่าน ที่ผู้ใช้เป็นผู้กำหนด และเมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าถึงไฟล์ โปรแกรมจะทำการถอดรหัส ไฟล์ที่ต้องการโดยให้ผู้ใช้ระบุรหัสผ่านที่ใช้ในการสร้างคีย์ สำหรับให้ในการถอดรหัสข้อมูลที่ต้องการ
รูปแบบการใช้งาน
Protect for Windows เป็นซอฟต์แวร์สำหรับช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลโดยวิธีการเข้ารหัส ข้อมูลที่ต้องการความปลอดภัย โดยมีรูปแบบการปกป้องข้อมูลอยู่สองรูปแบบคือ
- Off-line Encryption - เป็นการเข้ารหัสตามปกติที่ application level เหมือนกับซอฟต์แวร์เข้ารหัสทั่วไป
- On-line Encryption - เป็นการเข้ารหัสแบบพิเศษซึ่งใช้ Driver พิเศษมาใช้ในการทำการเข้ารหัสบนระดับ kernel ของระบบปฏิบัติการ
การทำงานในแบบ On-line Encryption
เป็นการปกป้องข้อมูลในแบบพิเศษมีลักษณะเด่นคือช่วยให้ การทำงานกับข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสสะดวก สบายกว่าการเข้ารหัสแบบปกติ โดยที่ Protect จะมี Driver พิเศษแทรกอยู่ระหว่าง I/O Manager และ File System
ในระดับ Kernel ของระบบปฏิบัติการเพื่อทำการเข้าและถอดรหัส ข้อมูลที่อยู่ในไดเร็คทอรี่พิเศษที่ผู้ใช้งานเป็นผู้กำหนดโดยการตั้งชื่อ โฟลเดอร์ โดยให้มีอักขระ "@" เป็นอักขระตัวแรก ของชื่อโฟลเดอร์ นั้นซึ่งการทำงานในระดับkernelมีผลทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ได้ อย่างรวดเร็วไม่ต้อง เสียเวลารอการเข้าและถอดรหัสข้อมูลที่ต้องการใช้เหมือนกับการเข้ารหัส ที่ระดับ application level [2]
การใช้งาน
เนื่องจาก Protect เป็นเพียงส่วนต่อขยายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์จึงไม่มีส่วนที่เป็นหน้าต่างหลักเหมือนซอฟต์แวร์เข้ารหัสทั่วไป ผู้ใช้จะใช้งาน Protect ได้ผ่านทางการคลิกเมาส์ขวาและไอคอนพิเศษบน Taskbar
เพื่อเข้ารหัสข้อมูลและปรับแต่งคุณลักษณะของ Protect ตามต้องการ ซึ่งมีวิธีใช้งานเบื้องต้นดังนี้
- การสร้าง Key
- สามารถทำได้ทางเมนูที่ไอคอนบน Taskbar โดยเลือกคำสั่ง Key... เมื่อทำการสร้าง Key ผู้ใช้จะต้องทำการกำหนดรหัสลับจากนั้น Protect จะนำรหัสลับนั้นไปสร้างเป็น Key เพื่อใช้ในการเข้ารหัสต่อไป
- การเข้ารหัสแบบ off-line
- เป็นการสร้างไดเร็คทอรี่พิเศษเพื่อเข้ารหัสข้อมูลภายในขอบเขตนั้นในลักษณะ off-line สามารถทำได้โดยคลิกเมาส์ขวาในพื้นที่ที่ต้องการสร้างแล้วเลือก NEW > Protected archive for Protect system เลือก Key ที่ต้องการใช้งานจากนั้นนำข้อมูลที่ต้องการใส่ลงไปในโฟลเดอร์นั้น
- การเข้ารหัสแบบ on-line
- สามารถทำได้โดยการสร้างโฟลเดอร์ใหม่ตามปกติแต่ให้อักขระนำหน้าชื่อของโฟลเดอร์นั้นเป็น '@' ต่อจากนั้นระบบจะให้ผู้ใช้ทำการเลือก Key เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน ผู้ใช้สามารถใช้งานโฟลเดอร์ได้ตามปกติในขณะที่ข้อมูลภายในโฟลเดอร์นั้นจะได้รับการปกป้องโดย Protect
อ้างอิง
Content Disclaimer
Informasi ini disarikan dari Wikipedia dan disajikan kembali untuk tujuan edukasi. Konten tersedia di bawah lisensi CC BY-SA 3.0. Kami tidak bertanggung jawab atas ketidakakuratan data yang bersumber dari kontribusi publik tersebut.
- The information displayed on this website is sourced in part or in whole from Wikipedia and has been adapted for the purpose of restating it. We strive to provide accurate and relevant information, however:
- There is no guarantee of absolute accuracy. Wikipedia is an open, collaborative project that can be edited by anyone, so information is subject to change.
- It is not intended to constitute professional advice. The content displayed is for informational and educational purposes only. For important decisions (e.g., medical, legal, or financial), please consult a professional.
- Content copyright. Wikipedia is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike License (CC BY-SA). This means that content may be reused with appropriate attribution and shared under a similar license.
- Responsible use. Any risk arising from the use of information from this website is entirely the responsibility of the user.